วัดฉิมพลีสุทธาวาส


รายละเอียด

วัดฉิมพลีตั้งอยู่บนเกาะเกร็ดทางด้านทิศใต้ เป็นวัดโบราณ ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเรียกกันว่า วัดป่าฝ้าย มีชื่อเต็มว่า วัดฉิมพลีสุทธาวาส วัดฉิมพลี เป็นวัดประจำชุมชนด่านขนอน มีวัดป่าเลไลยก์ และวัดกลางเกร็ด เป็นวัดใกล้เคียงกัน วัดทั้ง 3 แห่ง เป็นวัดที่มีความงดงามยิ่งกว่าวัดแห่งอื่นๆ ในพื้นที่ปากเกร็ด วัดฉิมพลีสุทธาวาสอยู่ใกล้ด่านปากเกร็ด มีเรือสำเภามาจอดอยู่บริเวณด่านจำนวนมาก ก็มีการเอาตุ๊กตาจีนมาใช้เป็นอับเฉาถ่วงเรือกันเรือโคลง หลังจากนั้นก็นำเอาตุ๊กตาเหล่านั้นมาประดับตกแต่งวัด ที่โดดเด่นคือตุ๊กตาใหญ่ สูงประมาณ 2 เมตร 1 คู่ที่อยู่ข้างซุ้มประตูโบสถ์ นับเป็นวัดเดียวในจังหวัดนนทบุรี แม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็มีไม่กี่วัดเท่านั้นที่จะมีตุ๊กตาจีนใหญ่ขนาดนี้ ตุ๊กตาทั้งคู่เคยถูกขโมยไปจะออกนอกทะเลทางสมุทรปราการ แต่แสดงปาฏิหาริย์ลังแตกจนนำกลับมาได้ดังเดิม ใบหน้าของตุ๊กตายิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับคนที่เข้ามานมัสการพระในอุโบสถ

ลักษณะเด่น

โบราณสถาน ศาสนสถาน ตามวิถีความเชื่อ / ประเพณีชาวมอญ -วิถีชุมชนชาวมอญ -มีพระอุโบสถเก่าขนาดเล็กลักษณะงดงามมาก มีกระจกสีประดับอยู่ที่องค์เจดีย์ -เจดีย์มหาจุฬามณี ภายในบรรจุสิ่งสำคัญ 3 สิ่ง ของพระพุทธเจ้า คือ ผ้าโพกพระเศียร พระโมฬี (ผม) พระเขี้ยวแก้ว

ประวัติ

วัดฉิมพลีสุทธาวาส หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าวัดฉิมพลี สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เดิมชื่อว่า วัดป่าฝ้าย สันนิษฐานว่าแต่เดิมน่าจะมีการปลูกฝ้ายกันมากในบริเวณนี้ ถูกทิ้งร้างไปพร้อมกับวัดป่าเลไลยก์ที่อยู่ติดกัน บางคนเรียกวัดนี้ว่าวัดป่าฝ้ายร้าง
วัดป่าฝ้ายสร้างเมื่อพม่ายึดเมืองนนทบุรีและด่านปากเกร็ด เมื่อพ.ศ. 2308 จนมาถึงพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก ในปี พ.ศ. 2310
ต่อมา ปี พ.ศ. 2317 พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คนมอญที่อพยพหนีพม่ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บนเกาะเกร็ด จึงได้มีการบูรณะวัดป่าฝ้ายขึ้นมาอีกครั้ง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๒ สันนิษฐานว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พระยาวิเชียรวารี เป็นแม่กองบูรณปฏิสังขรณ์ ประมาณ พ.ศ. 2358 และพระราชทานนามวัดเป็น
วัดฉิมพลี (เนื่องจากพระนามเดิมของรัชกาลที่ ๒ คือ เจ้าฟ้าชายฉิม) และตราพระราชลัญจกรของพระองค์เป็นรูปครุฑ ซึ่งอาศัยอยู่วิมานฉิมพลี ชื่อเต็มของวัดฉิมพลี คือ วัดฉิมพลีสุทธาวาส คำว่า "สุทธาวาส" ที่พ่วงท้ายชื่อใกล้เคียงกับชื่อเดิมของวัดสุทัศน์ คือ วัดมหาสุทธาวาส วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีอุโบสถงดงามที่สุดในจังหวัดนนทบุรี เป็นโบสถ์แบบมหาอุตม์ที่ยังรักษาลักษณะสถาปัตยกรรมแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ได้มาก การบูรณะในช่วงรัชกาลที่ ๒ คงมีการบูรณะใหม่ทั้งวัด และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดปากอ่าว (วัดปรมัยยิกาวาส) ในครั้งนั้นได้มีพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารตามเสด็จมาบูรณะวัดฉิมพลีสุทธาวาสและวัดใกล้เคียงด้วย